อันความดีเป็นแก่นกลางทางชีวิต เอาความคิดเป็นเครื่องช่วยอำนวยผล
เอาแรงงานเป็นกลไกภายในตน นี้คือคนมีคุณค่าราคางาม
เมื่อเจ้ามามีอะไรมาด้วยเล่า จะมัวเมาโกยตะบึงไปถึงไหน
เศรษฐีม่องเขาต้องเอา ไปเผาไฟ ยิ่งเผาไปยิ่งล่อนจ้อนกว่าตอนมา
เมื่อเรามาเราก็มากายาเปล่า ครั้นตายเล่าเอาอะไรไปได้หนา
มาอย่างไรไปอย่างนั้นคือสัญญา อย่านึกว่านี้ของเราจะเศร้าใจ
เมื่อเจ้ามามีอะไรมาด้วยเจ้า เจ้าจะเอาแต่สุขสนุกไฉน
เจ้ามาเปล่าแล้วเจ้าจะเอาอะไร เจ้าก็ไปตัวเปล่าเหมือนเจ้ามา
จงเตือนตนของตนให้พ้นผิด ตนเตือนจิตตนได้ใครจะเหมือน
ตนเตือนตนไม่ได้ใครจะเตือน อย่าแชเชือนจงเตือนตนให้พ้นภัย
ความถ่อมตนเป็นสง่าชูราศี ส่งความดีให้สูงเลิศเด่นเฉิดฉาย
เหมือนเรือนทองรองเพชรให้รุ้งพลาย แม้นซื้อขายราคาล้ำเพชรน้ำงาม
ปากเป็นเอกเลขเป็นโทโบราณว่า หนังสือตรีมีปัญญาหาเสียหาย
ถึงรู้มากไม่มีปากลำบากกาย มีอุบายพูดไม่เป็นเห็นป่วยการ
รักใดเล่าจะแน่เท่าแม่รัก ผูกสมัครรักลูกมั่นมิหวั่นไหว
ห่วงใดเล่าจะเท่าหวงดั่งดวงใจ ที่แม่ให้รักแก่ลูกอยู่ทุกครา
ยามลูกขื่นแม่ยิ่งขมตรมหลายเท่า ยามลูกเศร้าแม่ยิ่งโศกวิโยคหา
ยามลูกหายแม่ยิ่งห่วงดังดวงตา ยามลูกมาแม่ก็หมดลดห่วงใย
อันตัวต่ำแล้วอย่าทำให้เกินศักดิ์ เขาจะมักเหม็นปากเหมือนซากผี
เปรียบเหมือนเกลือเจือปนกับชลธี มันก็มีแต่จะจืดไม่ยืดยาว
จะเป็นสุขก็ต้องทุกข์ไปพลางก่อน จะเป็นก้อนที่ละน้อยค่อยผสม
จะเป็นใหญ่เป็นศรีที่นิยม ก็ต้องก้มเริ่มจากต่ำกระทำไปฯ
เอาทำไมความอิจฉาคนว่าร้าย เอาไปขายก็ไม่ได้ไร้แก่นสาร
เอามาแล้วจะหนักตัวหัวกระบาล เอามาผลาญความสุขเราเอาทำไมฯ